อิตาลี กับ เยอรมัน คือ 2 ชาติที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในวงการลูกหนังยุโรป ผ่านการเป็นแชมป์กันมาแล้วมากมาย มีสุดยอดนักเตะมาสร้างสีสันให้เราได้เห็นทุกยุคทุกสมัย แถมเคยชิงแชมป์ฟุตบอลโลก 1982 กันเองด้วยซ้ำ
นั่นคือแมตช์เดียวที่พวกเขาต้องดวลแข้งกันในรอบชิงชนะเลิศรายการใหญ่ และวันพฤหัสฯ ที่ 28 มิถุนายน เยอรมัน จะโคจรมาเจอ อิตาลี คู่ปรับเก่า ในรอบตัดเชือก ยูโร 2012 ที่กรุง วอร์ซอ สถิติการพบกันก่อนหน้านี้ทุกรายการรวม 30 นัด นักเตะอิตาเลียนคว้าชัยถึง 14 ครั้ง เสมอ 9 แพ้ 7 เท่านั้น แถมทั้ง 7 หนเป็นเพียงแค่เกมอย่างไม่เป็นทางการอีกต่างหาก 5 แมตช์หลังพวกเขาก็ไม่พ่ายเลยด้วยซ้ำ ''อินทรีเหล็ก'' ชนะ ''อัซซูรี่'' แมตช์สุดท้ายต้องย้อนกลับไปไกลถึง 21 มิถุนายน 1995 ตอนฉลองการก่อตั้งสหพันธ์ฟุตบอลสวิตเซอร์แลนด์ครบรอบ 100 ปี คราวนั้นเตะกันในเมือง ซูริค และจบด้วยสกอร์ 2-0 ถ้าดูเฉพาะรายการชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป เยอรมัน ครองแชมป์มากกว่าก็จริง แต่ทั้ง 2 นัดที่พบ อิตาลี คือรอบแบ่งกลุ่มปี 1988 กับ 1996 จบลงด้วยผลเสมอ 1-1 และ 0-0 ตามลำดับ ถ้าวัดด้วยสถิติแล้ว ลูกทีมของ โยอัคคิม เลิฟ คงต้องออกแรงหนักหน่อย หากจะหวังเป็นทัพชุดแรกที่สามารถเชือดคู่แข่งรายนี้ได้
อย่างไรก็ตาม นักเตะ เยอรมัน ชุดปัจจุบัน 7 คน เคยชนะ อิตาลี มาแล้ว 1-0 ในการเตะรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอล ยูโร ชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี เมื่อ 3 ปีก่อน ที่สวีเดน โดย มานูเอล นอยเออร์, เบเนดิคท์ โฮเวเดส, เยโรม บัวเต็ง, เมซุต โอซิล และ มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ ได้ลงสนามด้วย ขณะ มาร์เซล ชเมลเซอร์ กับ ซามี่ เคดิร่า นั่งสำรอง แต่ อันเดรียส์ เบ็ค คนยิงประตูชัยนัดดังกล่าว ไม่มีชื่อมาร่วมศึกคราวนี้ สำหรับแข้งอิตาเลียนที่เคยแพ้ ''อินทรีเหล็ก'' คราวนั้น และอยู่ในทีม ยูโร 2012 ก็มี มาริโอ บาโลเตลลี่, เซบาสเตียน โจวินโก้, เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ, อิ๊กนาซิโอ อบาเต้ รวมถึง ซัลวาตอเร่ ซิริกู โดย 2 คนแรกเป็นกองหน้าตัวจริง พวกเขา 5 คนนี้รู้ซึ้งอย่างดีว่าเวลาถูกพวก เยอรมัน ส่งกลับบ้าน มีความเจ็บปวดแค่ไหน และคงไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีกแน่ ขณะ เคดิร่า กัปตันทีมแชมป์ยูโร ชุดเล็ก เมื่อปี 2009 อ้างว่าผ่านมาหลายปี พวกตนก็พัฒนาฝีเท้าจนเก่งขึ้นกว่าเดิมมาก โดยเฉพาะ โอซิล จึงมั่นใจว่าน่าจะประสบความสำเร็จกันอีกครั้ง
แต่หากดูผลงานในศึก ยูโร 2012 เยอรมัน เหนือกว่าพอสมควร เพราะชนะทั้ง 10 นัดในรอบคัดเลือก และอีก 4 เกมในรอบสุดท้าย ตอนนี้พลพรรคยิงประตูมากสุด 9 ประตู จากนักเตะ 7 คน ขณะ อิตาลี เกือบไม่ผ่านรอบแบ่งกลุ่มด้วยซ้ำ ถ้าไม่ชนะ ไอร์แลนด์ 2-0 และ โครเอเชีย พ่าย สเปน รอบก่อนรองชนะเลิศก็ยังต้องอาศัยการดวลจุดโทษ ถึงจะผ่าน อังกฤษ พวกเขายิงกัน 4 ประตู จากผู้เล่น 4 ราย แต่จุดแข็งของ ''อัซซูรี่'' คือแนวรับ ซึ่งถูกเจาะได้ 2 หนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม พวกเขาจะเจอ เยอรมัน โดยอาจไม่มีตัวหลักถึง 2 ราย เพราะ คริสเตียน มาจโจ้ มิดฟิลด์ ติดโทษแบน ขณะ จอร์โจ้ คิเอลลินี่ เซนเตอร์แบ็ก ยังไม่แน่ว่าจะฟิตทันหรือไม่ เช่นเดียวกับ ดานิเอเล่ เด รอสซี่ กับ อบาเต้ ก็ยังมีปัญหาบาดเจ็บอยู่เช่นกัน
อันเดรีย ปีร์โล่ จอมทัพดาวดังของ อิตาลี กล่าวว่า ''เยอรมัน มีผู้เล่นชั้นนำเยอะ แต่ผมคิดว่า โอซิล มีความสำคัญมาก เหมือนตอนลงเล่นให้กับ เรอัล มาดริด แน่นอนว่าแนวรุกของพวกเขาจะสร้างปัญหาให้เราได้มากกว่าเกมที่พบกับ อังกฤษ แต่ดูเหมือน เยอรมัน ก็กลัวเราอยู่เหมือนกัน กองกลาง อิตาลี อยู่ในระดับเดียวกับ สเปน และเราได้แสดงให้เห็นเกันไปแล้วในหลายนัดที่ผ่านมา แต่การได้พักน้อยกว่า เยอรมัน ถึง 2 วัน คือข้อเสียเปรียบ ระยะเวลามีความสำคัญมากสำหรับการแข่งขันแบบนี้ แต่เราจะทำทุกอย่างเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างโอกาสในการเข้ารอบต่อไป''
ส่วน เยอรมัน ไม่เสียสกอร์แค่ตอนเชือด โปรตุเกส 1-0 นัดเปิดสนาม ล่าสุดโดนยิงไปแล้ว 4 ลูก ถ้าหากคราวนี้ต้องต่อเวลากันอีก ก็ไม่แน่ว่าพวกเขาจะผ่านได้ เพราะเคยพ่ายเมื่อต้องชี้ขาดด้วยวิธีนี้ในการเจอ อิตาลี ทั้ง 2 หน ตอนเตะรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 1970 และ 2006 เรื่องการจัดทัพ มีโอกาสที่ มาร์โค รอยส์, มิโรสลาฟ โคลเซ่ ซึ่งโชว์ฟอร์มดีในนัดล่าสุด จะได้กลับมาเป็นตัวจริงพร้อม ลูคัส โพดอลสกี้ แฟนบอลในประเทศของพวกเขา โหวตให้ รอยส์ ลงแทน โธมัส มุลเลอร์ ขณะ เลิฟ เปรยๆว่าอยากให้ โคลเซ่ สวมตำแหน่งแทน มาริโอ โกเมซ เพราะเข้าขากับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นมากกว่า การไปเล่นในกัลโช่ เซเรีย อา กับ ลาซิโอ ก็น่าจะทำให้รู้จักกองหลังอิตาเลียนมากกว่าด้วย นอกจากนั้นยังรอเช็กความฟิต บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ แต่คงหายทัน โดยมี โทนี่ โครส เป็นทางเลือก
''อิตาลี มีนักเตะคุณภาพหลายคน เกมรุกก็ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน อย่างน้อยช่วงเวลา 2 ปีหลังพวกเขามีพัฒนาการให้เห็นมากมาย และ ปีร์โล่ ก็เป็นนักยุทธศาสตร์ที่ยอดเยี่ยม เราจึงต้องสู้กันเป็นทีม พยายามเล่นในแบบของตัวเอง อิตาลี คงเป็นผู้กำหนดจังหวะของเกม แต่ด้วยความแข็งแกร่งทั้งแนวรุก และรับ จะทำให้เรามีโอกาสเป็นฝ่ายชนะ'' เลิฟ เผย ขณะ โคลเซ่ กล่าวเสริมว่า ''เรามีทีมที่ดี และเมื่อหาจังหวะในการเล่นได้ ก็ยากที่จะแพ้ อิตาลี ตอนนี้ กับชุดปี 2006 แตกต่างกันพอสมควร และผมเชื่อว่าเราก็จะทำในสิ่งที่แตกต่างจากรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2006 ได้ด้วยเช่นกัน เยอรมัน เปลี่ยนแปลงการเล่นไปมากแล้ว ตอนนี้เราทุกคนต่างเป็นหนึ่งเดียวกัน''
เยอรมัน จะทำลายอาถรรพ์ของตัวเองในการเจอ อิตาลี ได้สำเร็จหรือไม่ ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของพวกเขาจริงๆ แล้ว และผลที่ออกมาหลังเกมวันพฤหัสบดีจะเป็นข้อพิสูจน์