ผู้เขียน หัวข้อ: เซียนหุ้น vs เซียนพนัน ใครเจ๋งกว่า!!  (อ่าน 8206 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ กระสุนปืนใหญ่

  • เล่นสูตรไหน วิธีใดก็ได้ ขอให้มีกำไร
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 505
เซียนหุ้น vs เซียนพนัน ใครเจ๋งกว่า!!
« เมื่อ: 03 กุมภาพันธ์ 2013, 18:07:04 »
ถ้าลงเล่นพนัน ใช้ทุน 2000 กำไร 500-2000 คิดเป็น 25-100%  คงถือเป็นเรื่องปกติ แต่ผมสงสัยว่า หากมีใครลงทุนเยอะๆ แล้วเล่นได้ 25-100% เป็นเรื่องประหลาดหรือไม่ หรือว่าต้องเล่นเสียตลอด

เช่น ถ้าผมลง 200k กำไรก็ 50k-200k ต่อวัน หรือทุน 1 ล้าน กำไร 5 แสนถึง 1 ล้าน ต่อวันนน ..เป็นไงฮะ ตัวเลขอาจจะเวอร์ๆ นะ แต่ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของทุนก็คือ 25-100% อันเดียวกันนั่นแหละ

ลองมาดูตลาดหุ้นกันบ้าง มีเซียนเยอะนะครับ ที่ไม่มีชื่อเสียง แต่บวกกันกระจาย บางคนเล่นบวกปีละ 7-800% บ้าไปเลย ระดับนักลงทุนชั้นนำยังทำได้เฉลี่ยปีละ 30-40% ทำเอาอายเลยย

ผมเคยชวนเพื่อนที่เป็นหมอมาเล่นหุ้น เขาตอบผมว่า "ไม่" โดยให้เหตุผลว่า คนเล่นหุ้นรอบๆ ตัวเขา เจ้งกันทุกคน  ทำให้ผมนึกถึงสังคมที่นี่ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะหมดตูด จึงมองว่าการพนันมันเลวร้าย ผมยอมรับว่ามันเลวร้ายจริง ถ้าเล่นแบบไม่ลืมหูลืมตา

หุ้นก็เหมือนกัน ถ้าโลภ แล้วเก็งกำไรแบบไม่ลืมหูลืมตา ภายใน 10 นาที สามารถทำเงินให้หายไปหลายล้านได้ ยิ่งถ้าซื้อหุ้นผิดตัว มีพันล้านก็หมดครับ หนักกว่าวงการพนันอีก ชนิดที่ว่าล้มละลายเป็นพันล้านเลยครับ ..

บางคนถือหุ้น xxx. มาตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้ยังไม่มีกำไรเลย เพราะราคาตอนซื้อมันสูงกว่าราคาปัจจุบัน มีนาคมปีที่แล้วซื้อมาในราคา 360 บาท พอมิถุนาฯ 55 ราคาร่วงลงมาแถวๆ 310 ถ้ามี 1 แสนหุ้น เงินหายไป 5 ล้านทันที นี่คือความนรกของหุ้น แต่ถ้าใครซื้อหนักๆ ช่วงมันลงมา 310 บาท แล้วมาขายตอนนี้ซึ่งราคาล่าสุด 354 บาท ฟันกำไรทันที 4.4 ล้าน นี่ก็คือสวรรค์ของการลงทุนในหุ้นเช่นกัน

คนที่ขาดทุน อาจจะมองแค่ว่า xxx. กิจการใหญ่ไม่มีทางเจ้งแน่นอน ส่วนคนที่ทำกำไรได้ อาจจะมองต่างไป เช่น เขาดูงบการเงินเป็น วิเคราะห์อุตสาหกรรมได้ ทำให้รู้ว่าราคาที่เหมาะสมควรเป็นกี่บาท อย่างราคาหุ้น xxx. ตอนนี้ 354 นั้น แพงหรือถูก? ถ้าดูงบการเงินเป็นจะพบว่าไม่ถูกหรือแพงเวอร์เกินไป

ลองไปเทียบกับหุ้น xx ตอนนี้ราคา 47.50 บาท พอดูงบการเงินแล้ว ถ้าจะซื้อเก็งกำไรตายสถานเดียว เพราะมันแพงว้ากกก แต่ถ้าซื้อเพื่อลงทุนระยะยาวก็ซื้อได้ แต่ถ้าเวลามันลงต้องเตรียมใจดีๆ หุ้นพวกแพงๆ นั้น เวลามันลง อะไรก็เบรคไม่อยู่คร้าบบ บางคนก็อาจจะงงว่า หุ้น xxx ราคา 354 ตามหลักแล้วมันต้องแพงกว่าหุ้น xx. ราคา 47.50 บาทจริงไหม ส่วนต่างห่างกัน 300 บาทเลยนะนั่น

นี่คือเรื่องของเซียนหุ้นกับแมงเม่า เซียนก็จะมองแบบเซียน แมงเม่าก็จะคิดแบบแมงเม่า เช่นเดียวกับวงการพนันนั่นแหละ  \/
 

ออฟไลน์ ouzter

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 86
Re: เซียนหุ้น vs เซียนพนัน ใครเจ๋งกว่า!!
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 03 กุมภาพันธ์ 2013, 20:26:33 »
ถูกต้องน่ะครับ! ^-^

ออฟไลน์ parknato

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 214
Re: เซียนหุ้น vs เซียนพนัน ใครเจ๋งกว่า!!
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 03 กุมภาพันธ์ 2013, 20:48:55 »
สอนวิธีวิเคราะห์เลยครับพี่กระสุนปืนใหญ่ ผมสนใจมานานล่ะแต่ไม่มีความรู้เรื่องหุ้นเลย  :)

ออฟไลน์ กระสุนปืนใหญ่

  • เล่นสูตรไหน วิธีใดก็ได้ ขอให้มีกำไร
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 505
Re: เซียนหุ้น vs เซียนพนัน ใครเจ๋งกว่า!!
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 03 กุมภาพันธ์ 2013, 21:37:25 »
สอนวิธีวิเคราะห์เลยครับพี่กระสุนปืนใหญ่ ผมสนใจมานานล่ะแต่ไม่มีความรู้เรื่องหุ้นเลย  :)

การวิเคราะห์หุ้นมี 2 แนวทางหลักๆ คือวิเคราะห์เชิงคุณภาพ และวิเคราะห์เชิงปริมาณ บางคนบอกว่ามีเยอะกว่านั้น แต่ผมมองเห็นหลักๆ แค่นี้

การวิเคราะห์เชิงคุณภาพก็คือ เราจะมุ่งเน้นไปที่ตัวธุรกิจเป็นหลัก ปัจจุบันไม่ว่าธุรกิจจะอยู่ในอุตสาหกรรมใดก็แล้วแต่ จะแบ่งเป็นสองส่วน คือ ธุรกิจที่แข่งกันที่สินค้าหรือบริการ กับธุรกิจที่แข่งขันกันแต่ในเรื่องราคา

การวิเคราะห์เชิงปริมาณก็คือ เราจะมุ่งเน้นไปที่งบการเงินของบริษัทนั้นๆ เช่นงบกำไรขาดทุน งบดุล รายงานประจำปี รวมถึงการดูกราฟทางเทคนิค เพื่ออ่านสัญญาณการซื้อขายของหุ้นตัวนั้นๆ แบบรีลไทม์

ขอเริ่มที่การวิเคราะห์เชิงคุณภาพก่อนละกัน ธุรกิจใดๆ ก็ตามที่แข่งขันกันที่สินค้าหรือบริการ จะมีความได้เปรียบค่อนข้างยั่งยืน เวลาต้นทุนเพิ่ม หรือเงินเฟ้อสูงๆ ธุรกิจเหล่านี้จะสามารถปรับราคาสินค้าขึ้นได้ทันที ตรงกันข้ามกับธุรกิจที่แข่งกันแต่ราคา เวลาเงินเฟ้อสูง หรือต้นทุนเพิ่ม พวกนี้จะปรับราคาสินค้าไม่ได้หรือหากปรับขึ้นยอดขายก็จะตกทันที คู่แข่งก็จะเข้ามาแทรกชิงส่วนแบ่งตลาดไป เมื่อขึ้นราคาสินค้าไม่ได้ ก็ต้องแบกภาระต้นทุนที่สูงขึ้น ทำให้ธุรกิจมีกำไรน้อยลง ยังผลกระทบต่อทุกๆ ส่วนในองค์กร เมื่อรายได้ลด กำไรลด หากถึงขั้นขาดทุน ในที่สุดสิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็จะสะท้อนออกมาที่ราคาหุ้น...


_1_ _1_

 

ออฟไลน์ กระสุนปืนใหญ่

  • เล่นสูตรไหน วิธีใดก็ได้ ขอให้มีกำไร
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 505
Re: เซียนหุ้น vs เซียนพนัน ใครเจ๋งกว่า!!
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 03 กุมภาพันธ์ 2013, 22:17:34 »
..เราจะทราบได้ยังไงว่า ธุรกิจใดอยู่ในกลุ่มแข่งขันที่ตัวสินค้าหรือบริการ?? สังเกตุง่ายๆ มักจะเป็นสินค้าที่มียี่ห้อติดตลาด เป็นของใช้ที่ทุกคนต้องซื้อ และไม่อยู่ในกลุ่มสินค้าที่รัฐบาลเข้ามาควบคุมราคา ถ้าเป็นของกินก็ โค้ก, เป๊บซี่, ช็อกกาแล็ต ขนมที่มียี่ห้อดังๆ ถ้าเป็นเสื้อผ้าก็พวกกางเกงยีนส์ลีวายส์ เสื้อผ้าแบรนด์เนมต่างๆ, มีดโกนหนวด, ของตกแต่งบ้านที่มียี่ห้อดัง และสินค้าเหล่านี้มักอยู่ ในตลาดมานานเป็น 20-30 ปีหรือมากกว่า

ถ้านึกไม่ออก ตื่นมาตอนเช้า ไปค้นถังขยะเลยครับว่า ในนั้นมันมีอะไรบ้าง อาจใช้เป็นดัชนีวัดว่าคนทั่วไปนิยมซื้ออะไร ไม่ก็เดินไปที่ห้าง หรือร้านสะดวกซื้อเพื่อสังเกตว่าเขาซื้ออะไรกัน แล้วค่อยมาค้นหาหุ้นที่ทำธุรกิจเหล่านี้ดู ที่สำคัญจะต้องเป็นธุรกิจที่มีต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำ บางธุรกิจมียี่ห้อดังและเป็นที่รู้จัก แต่ต้นทุนสินค้าสูงมาก แต่มีการแข่งขันกันสูง แบบนี้ต้องระวัง เพราะธุรกิจนั้นอาจอยู่ในวังวนแข่งขันกันที่ราคา

ส่วนธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มบริการ ก็มีพวกโรงพยาบาล, ธนาคาร, ร้านขายหนังสือ, ร้านขายอาหารฟาสฟู้ดส์, ห้างค้าปลีกดังๆ ใหญ่ๆ, ทำธุรกิจโฆษณา, ร้านสะดวกซื้อ เป็นต้น... 


_1_

ออฟไลน์ JaZziO

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 176
Re: เซียนหุ้น vs เซียนพนัน ใครเจ๋งกว่า!!
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 03 กุมภาพันธ์ 2013, 23:14:13 »
น่าสนใจ เดี๋ยวมาอ่าน ..........

ออฟไลน์ JaZziO

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 176
Re: เซียนหุ้น vs เซียนพนัน ใครเจ๋งกว่า!!
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 04 กุมภาพันธ์ 2013, 01:40:34 »
ผมอยากให้ท่านวิเคราะห์หลักการลงทุนของเซียนพนันด้วยครับ ขอแบบละเอียดที่ท่านวิเคราะห์การลงทุนหุ้นอะครับ   

ขอบคุณมากนะครับ   ชอบเวลาท่านวิเคราะห์ หลักการใช้ได้ีดีทีเดียวครับ


 O:-) O:-)


ออฟไลน์ กระสุนปืนใหญ่

  • เล่นสูตรไหน วิธีใดก็ได้ ขอให้มีกำไร
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 505
Re: เซียนหุ้น vs เซียนพนัน ใครเจ๋งกว่า!!
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 04 กุมภาพันธ์ 2013, 06:43:28 »
ผมอยากให้ท่านวิเคราะห์หลักการลงทุนของเซียนพนันด้วยครับ ขอแบบละเอียดที่ท่านวิเคราะห์การลงทุนหุ้นอะครับ   

ขอบคุณมากนะครับ   ชอบเวลาท่านวิเคราะห์ หลักการใช้ได้ีดีทีเดียวครับ


 O:-) O:-)

ถ้าผมว่างๆ จะมาโพสวิเคราะห์ให้อ่านครับ ช่วงนี้งานเริ่มเยอะแล้วครับ..!!

ออฟไลน์ Goboli98

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 17
Re: เซียนหุ้น vs เซียนพนัน ใครเจ๋งกว่า!!
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: 04 กุมภาพันธ์ 2013, 10:01:22 »
ขอผู้เชียวชาญเรื่องหุ่น แนะนำวิธีการเล่นหุ่นแบบคราวสรุปได้ใจความ มาบอกหน่อย พอดีเรื่องหุ่นความรู้ยังไม่พอ ไม่แน่อาจจะหันไปเล่นหุ่นก็ได้จ้า   _1_ _1_

ออฟไลน์ tan007

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 63
Re: เซียนหุ้น vs เซียนพนัน ใครเจ๋งกว่า!!
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: 04 กุมภาพันธ์ 2013, 13:40:09 »

เคยได้ยินมา...

มีคนเคยบอกว่า   คน 100 คน จะมีคนเล่นหุ้นแล้ว บวก อยู่ แค่ 1 คน
แล้วคนที่เล่นบวก  ปีนึง เค้าจะซื้อขายไม่เกิน 3 ครั้ง 

ส่วนตัวผม  เป็นหนึ่งใน 100 คนที่เสียครับ   เคยคิดสั้นเพราะหุ้นมาแล้ว
ปัจจุบัน  เลิกเล่นหุ้น เด็ดขาด   รู้สึกว่าชิวิตดีขึ้นครับ  ความเครียดหายไป...

ถ้าคุณ  เงินไม่เย็น  ใจไม่นิ่ง  ไม่มีแหล่งข่าววงใน  ดูกราฟไม่เป็น  อยากเล่นหุ้นแบบการพนัน
ไม่ใช่ซื้อ ลงทุน กินปันผล.......ผมว่าคุณ อย่าไปยุ่งกับมันเลยครับ

เบื้องหลัง ตลาดหุ้น  มันมีขบวนการปั่นหุ้น ที่แสบกว่าในบ่อนเยอะ
ถ้าคุณไม่เล่นหุ้นปั่น   เลือกลงทุนกับหุ้นพื้นฐานดีๆ  แบบที่เจ้าของกระทู้แนะนำ
ยังพอมีโอกาสรอด....



ออฟไลน์ ดำดี

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 301
Re: เซียนหุ้น vs เซียนพนัน ใครเจ๋งกว่า!!
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: 04 กุมภาพันธ์ 2013, 17:03:26 »
ขออนุญาต เพิ่มเติมนิดครับ  เล่นหุ้นหวังปันผล+เครดิตภาษี

 หากใครฐานภาษีไม่เกิน20 เปอร์เซ็นต์ ปีหนึ่งๆ น่าจะมีเงินคืนภาษีจากสรรพากรได้พอสมควร

ดีกว่าฝากประจำอีก  แต่ต้องเลือกหุ้นที่ดีประกอบการลงทุน นะครับ ::)

     

ออฟไลน์ ขอบวก

  • FaMiLy CoMe FiRsT ..
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 908
Re: เซียนหุ้น vs เซียนพนัน ใครเจ๋งกว่า!!
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: 04 กุมภาพันธ์ 2013, 17:49:24 »

 ขอบคุณสำหรับ ข้อความดีๆครับ....   _( _(

ออฟไลน์ prawit665

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 243
Re: เซียนหุ้น vs เซียนพนัน ใครเจ๋งกว่า!!
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: 04 กุมภาพันธ์ 2013, 17:54:01 »
 _1_ _1_ _1_

ShockStep

  • บุคคลทั่วไป
Re: เซียนหุ้น vs เซียนพนัน ใครเจ๋งกว่า!!
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์ 2013, 03:37:09 »
ผมก็เคยเล่นหุ้นมาบ้าง  สำหรับผมรู้สึกเครียดกว่าพนันบอล

อาจเพราะผมชอบดูบอลด้วย  มันเลยรู้สึกสนุก   แต่กับหุ้นนี่เครียดมาก  ต้องตามข่าวตลอด

ออฟไลน์ somsom

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 209
Re: เซียนหุ้น vs เซียนพนัน ใครเจ๋งกว่า!!
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์ 2013, 15:55:13 »
ชอบครับ เอามาให้อ่านอีกนะครับ

ออฟไลน์ กระสุนปืนใหญ่

  • เล่นสูตรไหน วิธีใดก็ได้ ขอให้มีกำไร
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 505
Re: เซียนหุ้น vs เซียนพนัน ใครเจ๋งกว่า!!
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: 11 กุมภาพันธ์ 2013, 09:57:52 »
     ผมคิดว่าก่อนที่จะลงทุนในหุ้น เราจะต้องศึกษาปรัชญาหรือแนวทางสไตล์การลงทุนเสียก่อน ว่าเราจะเดินเกมยังไง เพื่อไม่ให้สุ่มเสี่ยงต่อการขาดทุน หรือขาดทุนแบบเจ็บตัวน้อยที่สุด บางคนชอบบ่นว่าเล่นหุ้นแล้วเจ้ง เล่นหุ้นแล้วหมดตัวให้เราได้ยินเสมอ เนื่องจากผมไม่มีเวลาแจงรายละเอียดมากนัก มาดูแนวทางกันเลยดีกว่า

     อย่าทำเหมือนคนส่วนใหญ่หมายความว่า ในขณะที่คนอื่นชอบเล่นหุ้นแบบดูแนวโน้มระยะสั้น ทำการซื้อๆ ขายๆ วันต่อวัน หรือซื้อขายกันรายรายสัปดาห์ และรายเดือน และอย่าซื้อหุ้นที่คนกำลังบ้าระห่ำแห่ซื้อกันในตอนนั้น เพราะราคาหุ้นจะพุ่งขึ้นรวดเร็วและมันก็มีโอกาสร่วงลงเร็วเช่นกัน สุดท้ายไม่ต่างอะไรกับการถือระเบิดเวลารอวัน..ตูม!

     อย่าคาดหวังแบบทำกำไรเร็วๆ คนส่วนมากที่กระโดดเข้าตลาดหุ้น มักคิดว่าจะทำให้รวยเร็วแบบเป็นเศรษฐีข้ามคืนทำนองนั้น ซึ่งคิดผิดโครตๆ แนวคิดแบบนี้ทำให้พวกเขาบีบตัวเอง ต้องเล่นหุ้นแบบคิดสั้นๆ และบ่อยครั้งก็มักทำอะไรโง่ๆ เช่น รีบเทขายหุ้นดีๆ ทิ้ง เพราะแค่ยินข่าวร้ายบางอย่าง ทั้งที่ข่าวร้ายนั้นเป็นแค่ผลกระทบสั้นๆ อาจจะเป็นเรื่องบริษัทมีกำไรน้อยลง หรือมีคดีความถูกฟ้องร้องค่าเสียหาย ขณะภาพรวมธุรกิจก็ยังปกติอยู่ ด้วยความกลัวพวกนี้จะรีบขายหนีตาย ไม่ว่าจะเป็นรายใหญ่ หรือรายย่อย ยิ่งได้เห็นราคาร่วงปุ๊บจะแห่ขาย โดยไม่ดูตาม้าตาเรือ

     ทำไมคนส่วนใหญ่กว่า 90% หรือมากว่าจึงเล่นหุ้นขาดทุน อย่างพวกรายใหญ่ (กองทุนต่างๆ) ต้องการโชว์พาวให้ลูกค้าเห็นไง ว่ากองทุนที่เราบริหารนั้นเจ๋งขนาดไหน ปีๆ นึงทำกำไรมากกว่ากองทุนอื่นๆ หลายขุม เมื่อยุทธศาสตร์เป็นแบบนี้ มันก็บีบให้เขาเข้าสู่วังวลคิดแบบสั้นๆ โดยไม่รู้ตัว เมื่อรายใหญ่ขยับตัวเทขาย ราคามันจะดิ่งลงเร็ว รายย่อยก็แห่ตาม สุดท้ายบาดเจ็บกันถ้วนหน้า จัดว่าเป็นวิธีการคิดแบบพวกเลมมิ่ง (กระโดดน้ำตายยกฝูง)

     เมื่อคนส่วนใหญ่คิดอะไรแบบโง่ๆ ถ้าคุณอยากมีกำไร คุณต้องเป็นชาว "สวน" คือต้องลงทุนแบบสวนกระแส ซึ่งบางทีก็ทำใจลำบากเหมือนกัน ในช่วงแรกอาจจะนอนไม่หลับ ดันไปซื้อหุ้นที่คนอื่นเทขายอย่างบ้าคลั่ง และมันก็ดิ่งลงไม่หยุด คุณจะกล้ายืนหยัดกว้านซื้อต่อไหม โปรดจำไว้ว่า..วันนึงหากเหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ หุ้นส่วนใหญ่ ราคามักจะเด้งกลับมาใกล้เคียงมูลค่าที่แท้จริงเสมอ บางทีคุณอาจจะได้ราคาที่ต่ำกว่าเจ้าของบริษัทด้วยซ้ำ และเมื่อมีข่าวดีออกมารอบใหม่ หุ้นก็จะวิ่งขึ้นไป ยิ่งมีตัวกระตุ้นมากๆ มันจะวิ่งไม่หยุด

     ตรงกันข้ามเวลามีข่าวร้ายหุ้นมันราคาจะตกต่ำลงเหวทันที หากคุณมองอะไรยาวๆ ไม่ได้คิดจะขายหุ้นในพรุ่งนี้ เดือนนี้ โอกาสเจ็บตัวย่อมน้อยกว่า เพราะเวลามันดีดกลับคืนมา คุณจะพบว่า ยิ่งราคาขึ้นไปเท่าไรก็กำไรเท่านั้น บางตัววันเดียววิ่งชนเพดานที่ตลาดหลักทรัพย์ตั้งไว้เลย (30%) ทีนี้คุณมีทางเลือกสามทางในการทำกำไร คือ (1) ถือต่อไป (2) แบ่งขาย (3) ขายยกล็อต..ไม่ว่าจะเลือกทางไหนคุณต้องมีเหตุผลรองรับเสมอ เอาไว้ผมจะมาเล่าต่อ เวลาว่างๆ ละกัน วันนี้เอาแค่นี้ก่อนนะ.. 


_1_

ออฟไลน์ somsom

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 209
Re: เซียนหุ้น vs เซียนพนัน ใครเจ๋งกว่า!!
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: 11 กุมภาพันธ์ 2013, 19:44:26 »
ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ กระสุนปืนใหญ่

  • เล่นสูตรไหน วิธีใดก็ได้ ขอให้มีกำไร
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 505
Re: เซียนหุ้น vs เซียนพนัน ใครเจ๋งกว่า!!
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: 26 กุมภาพันธ์ 2013, 00:01:38 »
การพนันสามารถใช้หลักการบางอย่างคล้ายหุ้นได้เหมือนกัน เช่นพนันฟุตบอล ใช้การวิเคราะห์เชิงปริมาณ คือการดูข้อมูลทางสถิติต่างๆ และการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ คือการดูศักยภาพของแต่ละทีม ส่วนบาคาร่าอาจจะวิเคราะห์ยากกว่า

ในเรื่องปรัชญาการซื้อขายหุ้นสามารถนำมาปรับใช้กับการพนันได้

ปรัชญาการลงทุนในหุ้นและการพนัน หากมองอะไรในระยะสั้นๆ หรือหวังรวยเร็วๆ ส่วนใหญ่จะรอดยาก เช่น เวลาลงทุนผิดพลาด หรือแทงผิด
นักเล่นจะใช้วิธีทบเงินหนักๆ สู้ สุดท้ายเงินหมดหน้าตักก่อนเจ้ามือ

จะเห็นว่าพฤติกรรมทบเงินหนักๆ เกิดจากความต้องการตามทุนคืนในทันที สาเหตุเพราะนักเล่นถูกตีกรอบด้วยการมองอะไรสั้นๆ และไม่ยอมยืดหยุ่นต่อเป้าหมาย เช่น เป้าวันละ 200 ถ้าไม่ได้ก็ไม่ยอมเลิกรา วิธีคิดที่ไม่ยอมยืดหยุ่นต่อผลกำไร มักจะเป็นความคิดของผู้ที่เป็นมนุษย์เงินเดือน หรือกรรมกรรับจ้างรายวัน คือเมื่อเขาทำงานเขาย่อมได้ค่าแรงตอบแทนเท่านี้เท่านั้นตายตัว

สำหรับวิธีคิดของนักลงทุนหรือเจ้าของกิจการที่ดี ต้องยอมยืดหยุ่นได้เสมอ เพื่อรักษาทุนให้นานที่สุด และไม่มีใครคาดเดาได้ว่า สิ้นเดือนหรือสิ้นปีจะได้กำไรเท่าไร อาจจะมีตัวเลขคร่าวๆ แต่ไม่สามารถกำหนดกำไรได้ตายตัว ดังเช่นกรรมกรรายวันหรือคนทำงานกินเงินเดือน เพราะธรรมชาติกำไรมักจะมีขึ้นมีลงเสมอ

ออฟไลน์ กระสุนปืนใหญ่

  • เล่นสูตรไหน วิธีใดก็ได้ ขอให้มีกำไร
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 505
Re: เซียนหุ้น vs เซียนพนัน ใครเจ๋งกว่า!!
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์ 2013, 20:50:21 »
วันนี้ผมจะมาเสนอเทคนิคการอ่านงบการเงินเบื้องต้น คุณไม่จำเป็นต้องจบบัญชี หรือเป็นนักบัญชีก็อ่านได้ ตัวเลขที่ผมจะเสนอคื ค่า ROE มีหน่วยเป็น % ซึ่งมาจากคำว่า Return on equity แปลเป็นไทยก็คือ อัตราส่วนผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น ในการค้นหาหุ้นดีๆ อาจจะใช้เวลา เราอาจจะไม่เข้าใจว่าธุรกิจมันทำอะไรบ้าง แต่ตัว ROE จะช่วยบอกว่า บริษัทนั้นๆ ได้ให้ผลตอบแทนผู้ถือหุ้นมากน้อยแค่ไหน พูดง่ายๆ ก็คือ บริษัทได้จัดสรรเงินทุนของเราให้เกิดประโยชน์สูงสุดเท่าไร จากการที่ผมศึกษามาพบว่า บริษัทไหนก็ตามที่มีค่า ROE สูงๆ สม่ำเสมอและต่อเนื่อง มักจะมีความได้เปรียบอย่างยั่งยืน

ทีนี้มาดูในทางบัญชีว่าเขาคิดค่านี้ได้ยังไง ในส่วนของผู้ถือหุ้นนั้น เป็นการนำเอาสินทรัพย์ทั้งหมดของบริษัท หรือของเราก็ได้มาลบหนี้สินทั้งหมด ตัวอย่างง่ายๆ คุณซื้อคอมพิวเตอร์ราคา 10,000 บาทเพื่อมาให้คนเช่า คุณได้ควักเงินตัวเอง 5000 เพื่อวางดาวน์และกู้ธนาคารมาอีก 5000 นั่นเท่ากับว่าคุณได้ลงทุนในคอมฯ เครื่องนี้เพียง 5000 บาท วิธีเขียนงบดุลก็จะได้เป็นดังรูปที่ 1 ซึ่งคำว่า งบดุล ก็คืองบที่แสดงรายละเอียดของสินทรัพย์และหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทนั่นเอง ซึ่งปกติบริษัทจะรายงานนักลงทุนทุกๆ ไตรมาส เพื่อบอกเราว่ามูลค่าทางบัญชีของบริษัทมีเท่าไรและเกิดจากอะไร ซึ่งมาจากการเอาสินทรัพย์มาหักด้วยหนี้สิน ตัวเลขที่ได้จะไม่เกี่ยวกับกำไรว่าเท่าไร เพราะเป็นคนละส่วน นักลงทุนจึงนิยมเรียกว่ามันคือส่วนของผู้ถือหุ้นนั่นเอง



ทีนี้เราเอาคอมฯ ไปให้คนเช่า ค่าเช่าที่ได้จะต้องนำมาหักค่าใช้จ่ายต่างๆ ส่วนที่เหลือจะเรียกว่ากำไรสุทธิของเรา สมมติเราเอาคอมฯไปให้คนเช่าปีละ 5,000 บาท และมีค่าใช้จ่ายทั้งหมดเท่ากับ 2,000 บาท การเขียนงบกำไรขาดทุนจะเป็นดังรูป

สำหรับงบกำไรขาดทุนจะเป็นตัวบอกเราว่า ธุรกิจที่ผ่านมานั้นมีกำไรเท่าไร โดยปกติบริษัทจะรายงานงบนี้ทุกๆ 3 เดือนและตอนสิ้นปี วิธีคำนวณผลตอบแทนส่วนผู้ถือหรือค่า ROE ใช้สูตรดังนี้ กำไรสุทธิ / เงินดาวน์ที่ลงทุนไป ซึ่งจะได้เท่ากับ 3000/5000 = 60%

ถ้าเราเป็นเจ้าของบริษัทและมีสินทรัพย์ทั้งหมด 1 ล้านบาท และมีหนี้สิน 4 แสน ส่วนของผู้ถือหุ้นจะเท่ากับ 6 แสนบาท ทีนี้บริษัทมีกำไรหลังหลักภาษีเท่ากับ 2 แสนบาท ตัวเลข ROE ของบริษัทนี้จะเท่ากับ 2 แสน/6แสน เท่ากับ 33%

ที่อเมริกา ในรอบ 50 ปี มีคนคำนวณค่า ROE เฉลี่ยออกมาคือประมาณ 12% สำหรับของไทย น่าจะอยู่ 15-20% เพราะเราเป็นตลาดเกิดใหม่การเติบโตค่อนข้างสูง ซึ่งหมายความว่าบริษัทใดๆ มีค่า ROE สูงกว่าค่าเฉลี่ยหมายความว่าเป็นบริษัทน่าสนใจ

ข้อควรจำ..บริษัทไหนมีค่า ROE สูงต่อเนื่องหลายๆปี ประมาณ 5-10 ปี จะค่อนข้างมีความได้เปรียบคู่แข่งมาก พวกที่บริษัทขี้แพ้สู้ชาวบ้านไม่ได้มักจะมีค่า ROE ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ลองมาดูตัวอย่างงบการเงินรวมของบริษัทแห่งหนึ่งละกัน ดูที่ช่อง ROE จะเห็นว่าตั้งแต่ปี 52-55 คือ 17.69 ถึง 31.76 ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 24% ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีมาก สิ่งที่ต้องพิจารณาต่อมาคือความสม่ำเสมอ ต้องดูย้อนหลังไปอย่างต่ำ 5-10 ปี ถ้ามันขึ้นๆ ลงๆ เมื่อนำมาหาค่าเฉลี่ยแล้วต่ำกว่า 12% หรือ 15% ก็ไม่ควรจะลงทุน พวกบริษัทที่มีค่า ROE สูงๆ เวลามีปัญหาก็จะฟื้นตัวได้เร็วกว่าพวกที่มีค่า ROE ต่ำๆ 






ออฟไลน์ ติงลี่

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 435
Re: เซียนหุ้น vs เซียนพนัน ใครเจ๋งกว่า!!
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์ 2013, 21:09:05 »

ขอสนับสนุน และเป็นกำลังใจให้นะครับ